Google

Information

ข้อมูลเจ้าของร้าน

แก้วโป่งข่าม-แก้วขนเหล็ก แหล่งรวมความรู้-ความเชื่อและจำหน่าย เครื่องประดับ หินมงคลต่างๆ

บทความที่น่าสนใจ

หมวดสินค้าทั้งหมด

แจ้งการชำระเงิน ของร้าน แก้วโป่งข่าม-แก้วขนเหล็ก แหล่งรวมความรู้-ความเชื่อและจำหน่าย เครื่องประดับ หินมงคลต่างๆ ตรวจสอบพัสดุ ของร้าน แก้วโป่งข่าม-แก้วขนเหล็ก แหล่งรวมความรู้-ความเชื่อและจำหน่าย เครื่องประดับ หินมงคลต่างๆ แจ้งปัญหาเกี่ยวกับระบบร้านค้า แก้วโป่งข่าม-แก้วขนเหล็ก แหล่งรวมความรู้-ความเชื่อและจำหน่าย เครื่องประดับ หินมงคลต่างๆ

แก้ว 24 ดวงในตำราล้านนา (1) [เขียนเมื่อ : 2013-07-04]

แก้วโป่งข่าม  24  ดวง (1)

 

จากสภาพทางภูมิศาสตร์ เกี่ยวกับสถานที่ตั้งของอาณาจักรล้านนาโบราณซึ่งถูกโอบล้อมไปด้วยป่าเขา ได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวพื้นเมืองเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีอัตราความเสี่ยงต่อภัยอันตรายที่อยู่รอบด้านค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นภัยที่เกิดจากผลกระทบในการทำศึกสงคราม ภัยจากสัตว์ป่าน้อยใหญ่นานาชนิด อีกทั้งภัยที่เชื่อกันว่าเกิดจากอาถรรพ์ของภูติผีปีศาจและอาเพทต่างๆ จนนำไปสู่การแสวงหาสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจ ซึ่งเป็นวัตถุที่มีความลี้ลับมหัศจรรย์อยู่ในตัวเอง สามารถคุ้มครองป้องกันภัยจากอาถรรพ์ร้ายและอันตรายต่างๆได้ เพราะเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดขึ้นมาจากการดลบันดาลของเทพยดาอารักษ์ ซึ่งได้แก่ วัตถุจำพวกเครื่องรางของขลังประเภทที่เป็นหินหรือแร่บางชนิด ที่เกิดขึ้นเองในพืชและสัตว์หรือที่เรียกกันว่าคตรวมทั้งแร่ธาตุศักดิ์สิทธิ์บางอย่างที่มีอยู่แล้วในธรรมชาติซึ่งเรียกกันว่าเป๊กและเหล็กไหลเป็นต้น นอกจากของศักดิ์สิทธิ์ตามที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ ยังได้หมายรวมไปถึงแก้ววิเศษหรืออัญมณีมงคล 24 ชนิดอีกด้วย โดยชาวล้านนาเชื่อถือกันว่าอัญมณีมงคลทั้ง 24 ชนิดนี้ มีอานุภาพมาก สามารถคุ้มครองป้องกันภัยอันตรายให้กับผู้ที่ได้ครอบครองหรือสวมใส่ อีกทั้งยังสามารถดลบันดาลให้เกิดโชคลาภ ความสุข ยศฐาบรรดาศักดิ์ เกียรติยศชื่อเสียง ตลอดจนทรัพย์สินเงินทองให้เพิ่มพูนมั่งคั่งยิ่งขึ้น ซึ่งโบราณจารย์ได้ผูกเป็นคำอธิบายคุณลักษณะต่างๆของแก้ววิเศษหรืออัญมณีมงคล ทั้ง 24 ชนิดไว้ดังนี้

 

แก้วมงคลสมัยเก่า            อาจารย์เจ้าแบ่งไว้ 9 ประการ

แก้วดีมีอยู่มากหลาย                   แก้ววิเศษแท้มี 24 ดวง

คนใดควงเป๋นแหวนสุบมือ          ได้ถือทือขวัญถุงเป๋นหื้อหมั้น

บ่อึบอยากกลั้นสังอันใด               เงินคำจะไหลมาสู่เจ้า

จักอยู่สุขเนื้อเย็นใจ                     มีเข้าของเงินคำมารอม

จตุวีสติ แก้วหยาดฟ้า                  ลงมา 24 ดวงสู่โขงเขตห้อง

จากเทศท้องเมืองอินทร์               คือแก้วมหานิลไชยโชค

ลักษณะโฉลกถูกชาตา                 แก้ววิฑูรย์เลิศแล้ว

วิเศษแก้วอุทุมพร                       เนระจังกรวิเศษ

แก้วผักตบเทศมงคล                    วิฑูรย์ฝนแสนห่า

ข้าศึกล่าหนีไกล                           มรกตใสยอดเต้า

มียศทั่วเท้ามูลมา                         สุริยะประภาวิเศษ

วุฒิเทศนา นา                               แก้วประภาชมชื่น

ข้าวของตี่นไหลมา                        วชิระเป๊กพรหมสามหน้า

ยศทั่วฟ้าเหลือหลาย                      วิฑูรย์ขนทรายงามแผ้ว

วิเศษแก้วเทศบานงาน                   แก้วปทัมราคคานชมช้อย

ควรค่าร้อยคำแดง                        จันทะแพงค่าหมื่น

แก้วสุริยะชื่นปากยำ                     มหานิลทรายคำกินบ่เสี้ยง

เหล็กขี้เหมี้ยงเกิดเป็นคำ                 แก้วพระญาอินสวรยินผันโลก

แสนอโศกว่ายหัวลง                      วิฑูรย์องค์วิเศษ

ขนบุ้งเทศไหมสน                         ก๊อแดงประจญปราบแท้

ข้าศึกแลหนีไกล                           แก้วสีพลีใสสะอาด

ข่ามหน้าไม้นาดเป็นกระจวน          ปทัมก่านมวลวิเศษ

วิฑูรย์เทศสุขเกษม                        วิฑูรย์ดีผิวเผือก

น้ำค้างเกิดปลายเขา                        รัตนาเลาเลิศแล้ว

ชื่อว่าแก้วหมอกมุงเมือง                  ฤทธีเรืองล้ำเลิศ

น้ำผึ้งเกิดเป็นดี เนระกันตี                มหามธุกันตีใสบ่เศร้า

ยศทั่วเท้าปราบชมพู                      อินทนิลแก้วเผือกงามผ่านแผ้ว

ย่อมหื้อแล้วมโนใจผู้ข้า                   เป็นรัตนาแก้วไธ้ 24 ดวงแลนา.......

 

1. แก้วมหานิลไชยโชค

โดยทั่วไปแก้วซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มของแก้วมหานิลจะมีอยู่สองลักษณะใหญ่ ๆ กล่าวคือ

1.1 แก้วที่มีลักษณะสีดำมันวาว แสงส่องผ่านได้เพียงเล็กน้อยจนถึงทึบแสง เช่น นิลตะโก (BLACK SPINEL) ,อุลกมณีหรือสะเก็ดดาว (TEKTITE) ,โอนิกซ์ (BLACK ONYX) ,โป่งข่ามสีดำ (BLACK SMOKY QUARTZ) เป็นต้น

1.2 แก้วที่มีลักษณะสีดำด้าน ทึบแสง เช่น แจ๊สเปอร์ (JASPER)
สำหรับแก้วมหานิลไชยโชคนั้นมีลักษณะตรงตามข้อ 1.1 กล่าวคือ จะต้องเป็นแก้วสีดำเข้มเสมอกันทั่วทั้งหมด พื้น ผิวมีลักษณะมันวาวแลดูสดใสไม่ทึบแสง ที่สำคัญจะต้องไม่มีมลทินแร่อยู่ภายใน และไม่มีรอยตำหนิแตกร้าว เชื่อกันว่าแก้วมหานิลไชยโชคนั้นมีอานุภาพโดดเด่นในเรื่องของความสำเร็จ ช่วยขจัดอุปสรรคต่าง ๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์ อีกทั้งดลบันดาลโชคลาภให้กับผู้ที่ได้สวมใส่หรือเป็นเจ้าของอยู่เสมอ ๆ

 

2.  แก้ววิฑูรย์

 แก้ววิฑูรย์หรือไพฑูรย์ (CHRYSOBERYL) จัดอยู่ในกลุ่มของรัตนชาติ หรือหนึ่งในแก้วนพรัตน์ที่มีลักษณะโปร่งใสสีเหลือง ,สีเขียวอมเหลือง ,สีเหลืองน้ำตาล ,สีเหลืองน้ำผึ้งหรือสีน้ำตาลน้ำผึ้ง มีระดับความแข็งอยู่ที่ 8.5 ในระบบโมส์ ในสมัยโบราณแก้ววิฑูรย์หรือไพฑูรย์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่แก้ววิฑูรย์ที่มีสีคล้ายน้ำผึ้งแก่ซึ่งเรียกกันว่า แก้ววิฑูรย์น้ำผึ้ง คือมีสีเหลืองเข้มออกน้ำตาลอมแดง เนื่องจากในสมัยโบราณวิทยาการในการแยกแยะองค์ประกอบทางเคมียังไม่พัฒนาจนถึงขีดสุด ประกอบกับมีอัญมณีในกลุ่มของโป่งข่ามหรือ QUARTZ บางลักษณะ (ที่ผ่านกรรมวิธีการหุงแล้ว) มีสีและลักษณะภายนอกโดยรวมที่เหมือนกันกับแก้ววิฑูรย์หรือไพฑูรย์ แต่ความเป็นจริงนั้น มีความแตกต่างกันในระดับความแข็งและสารประกอบทางเคมี (แก้ววิฑูรย์หรือไพฑูรย์ สารประกอบทางเคมีคือ Beryllium Aluminium Oxide ( BeAl2O4 ) / โป่งข่ามหรือควอตซ์ สารประกอบทางเคมีคือ Silicon Dioxide ( SiO2 ) ) แต่ก็ได้อนุโลมยึดเอาลักษณะจากภายนอกตามที่ได้พบเห็นเป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกแก้ววิฑูรย์น้ำผึ้ง เชื่อกันว่าแก้ววิฑูรย์หรือไพฑูรย์มีอานุภาพโดดเด่นในเรื่องของมิตรภาพและความเมตตากรุณา ช่วยให้ผู้ที่ได้สวมใส่เป็นเจ้าของได้รับความเห็นใจ การให้อภัย และการยอมรับจากผู้อื่น

 

3. แก้วผักตบเทศ

 

แก้วผักตบเทศหรือพลอยสีผักตบ เป็นแก้วโป่งข่ามซึ่งอยู่ในกลุ่มของ PURPLE QUARTZ มีลักษณะเป็นแก้วสีม่วงสลัวออกมืด ( คล้าย SMOKY QUARTZ แต่มีสีที่แตกต่างกัน ) และที่สำคัญจะต้องไม่มีมลทินแร่อยู่ภายใน สีของแก้วผักตบเทศนั้น จะมีความคล้ายหรือใกล้เคียงกันกับสีของดอกผักตบชวาแก่ซึ่งกำลังจะร่วงโรย แต่ไม่ใช่สีม่วงสดใสแบบ AMETHYST (ซึ่งมีหลายท่านสำคัญผิดคิดว่า AMETHYST คือ แก้วผักตบเทศ) อีกทั้งคุณสมบัติด้านความโปร่งแสงระหว่างแก้วผักตบเทศกับ AMETHYST ยังแตกต่างกันอีกด้วย กล่าวคือ AMETHYST จะมีสีม่วงที่สดใส แต่มีความโปร่งแสงค่อนข้างน้อย (คนโบราณเรียกกันว่าแก้วจอมขวัญ”)

ในขณะที่แก้วผักตบเทศจะมีสีม่วง สลัวออกมืด แต่กลับมีความโปร่งแสงที่มากกว่า สามารถมองทะลุผ่านจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งได้ เชื่อกันมาแต่โบราณว่าแก้วผักตบเทศนั้น มีอานุภาพโดดเด่นมากในเรื่องของการแก้อาถรรพ์ร้าย อีกทั้งสามารถป้องกันไสยศาสตร์มนต์ดำ ตลอดจนภูติผีปีศาจได้ คนโบราณจึงนิยมแสวงหานำมาทำเป็นหัวแหวน หรือเครื่องประดับร่างกายในลักษณะต่างๆ และสวมใส่ติดตัวในเวลาที่ต้องเดินทางไกล

 

4. แก้ววิฑูรย์ฝนแสนห่า

 

แก้ววิฑูรย์ฝนแสนห่า หรือ แก้วพิรุณแสนห่า มีลักษณะเด่นคือภายนอกเป็นแก้วน้ำใสไม่จำกัดสี แต่ภายในแก้วต้องประกอบไปด้วยมลทินแร่ ลักษณะคล้ายดอกคำที่มีขนชอนขึ้น แต่ถ้าพลิกกลับด้านล่างขึ้นด้านบน จะแลเห็นเป็นเส้นขนาดเล็กบางคล้ายเส้นใยไหมสีขาวที่แผ่ออกมา มองดูแล้วคล้ายกับเส้นสายฝนที่ตกลงมาเป็นริ้ว ๆ จากเบื้องบนลงสู่ด้านล่าง อาจจะเป็นเส้นตรงหรือเส้นเฉียงทะแยงข้างก็ได้ แต่ที่สำคัญจะต้องไม่เป็นเส้นนอนเด็ดขาด โดยทั่วไปแก้วพิรุณแสนห่านั้น เป็นแก้วที่พบเห็นจำนวนน้อย หายากและมีราคาแพง เนื้อแก้วอาจจะมีสีที่ต่างกัน เช่น เนื้อแก้วใสไม่มีสี (ROCK CRYSTAL QUARTZ หรือ แก้วน้ำหาย) ,เนื้อแก้วสีน้ำตาล (SMOKY QUARTZ) ,เนื้อแก้วสีเหลือง (CITRINE QUARTZ) ,เนื้อแก้วสีม่วง (AMETHYST QUARTZ) เป็นต้น

แต่ที่หายากและมีราคาแพงที่สุดได้แก่ เนื้อแก้วสีน้ำเงินอมเทาคล้ายกับสีของเมฆฝน (BLUE QUARTZ) หรือที่เรียกกันว่าแก้วฟ้าแรพิรุณแสนห่าเชื่อกันว่าแก้วพิรุณแสนห่านั้นเป็นแก้วที่ให้คุณทางด้านมหาอำนาจ ดลบันดาลให้ผู้ซึ่งได้ครอบครองเป็นเจ้าของ ได้รับชัยชนะจากข้าศึกศัตรู ดังที่ตำราได้ระบุคุณวิเศษไว้อย่างชัดเจนว่า “…แก้ววิฑูรย์ฝนแสนห่า ข้าศึกล่าหนีไกล…” จึงเป็นแก้วที่เหมาะสำหรับผู้ซึ่งประกอบอาชีพรับราชการ หรือผู้บริหารโดยเฉพาะ

 

5. แก้วมรกต

 

แก้วมรกต (EMERALD) เป็นหนึ่งในบรรดาแก้วนพรัตน์ (แก้วอัญมณี 9 ชนิด ซึ่งได้แก่ เพชร ,ทับทิม ,บุษราคัม ,โกเมน ,บุษราคัม ,นิล ,มุกดาหาร ,เพทาย ,ไพฑูรย์ และมรกต) เป็นผลึกรูปหกเหลี่ยมแบบเดียวกันกับควอตซ์ มีค่าความแข็งในระดับ 7.5-8.0 เกิดจากการผสมกันระหว่าง CHROMIUM กับ BERYL โดยมีสูตรทางเคมีคือ Be3Al2(SiO3)6 มีสีเขียวสดใสโปร่งแสง (แตกต่างจากหยก เนื่องจากหยกจะทึบแสงมากกว่าและมีความแข็งน้อยกว่ามรกต) ซึ่งในตำราแก้วอัญมณีวิเศษ 24 ชนิดของล้านนาได้ระบุเจาะจงลักษณะของแก้วมรกตไว้อย่างชัดเจนว่า “…มรกตใสยอดเต้า มียศทั่วเท้ามูลมา…” คำ ว่ายอดเต้ามาจากคำว่า มะเต้าซึ่งหมายถึงแตงโม ดังนั้นลักษณะของแก้วมรกตที่ถูกต้องตรงตามตำราก็คือ จะต้องเป็นแก้วมรกตที่มีสีเขียวเข้มคล้ายสีเขียวของผลแตงโมแก่ ที่สำคัญต้องมีความใสหรือโปร่งแสงจนสามารถมองผ่านจากด้านหนึ่งไปอีกด้าน หนึ่งได้ เชื่อกันว่าแก้วมรกตนั้นมีอานุภาพส่งเสริมในเรื่องความเจริญก้าวหน้าของ ตำแหน่งหน้าที่การงาน ตลอดจนช่วยขจัดอุปสรรคทั้งหลายในหน้าที่การงานให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี อีกทั้งช่วยให้ผู้ซึ่งได้ครอบครองได้รับความเมตตาและการอุปถัมภ์ส่งเสริมจาก เจ้านายอีกด้วย

 

6. แก้วสุริยะประภา

 

ลักษณะเด่นของแก้วสุริยะประภาคือ เป็นแก้วสีส้มอมแดงออกขุ่นมัว มีความโปร่งแสงค่อนข้างน้อยเมื่อมองดูแล้วให้ความรู้สึกนุ่มนวลอ่อนโยน เหมือนพระอาทิตย์ยามอัสดง ในตำราไม่ได้ระบุเจาะจงชนิดของแก้วไว้อย่างแน่ชัด แต่สันนิษฐานกันว่าน่าจะเป็นแก้วอัญมณีซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มของแก้วนพรัตน์ ประเภทมุกดาหารสีส้มอมแดง (RED-ORANGE MOONSTONE) นับเป็นสีที่หายากไม่ค่อยได้พบเห็นบ่อยนัก มุกดาหาร(MOONSTONE) เกิดจาก POTASSIUM ALUMINIUM SILICATE มีสูตรทางเคมีคือ KAlSi3O8 มีระดับความแข็งที่ 6-6.5 ในระบบโมส์ จัดเป็นอัญมณีในกลุ่มแก้วนพรัตน์ที่มีระดับความแข็งน้อยที่สุด เชื่อกันว่าแก้วสุริยประภานั้นเป็นแก้วแห่งสติปัญญาและความรอบรู้ในศาสตร์ แขนงต่าง ๆ อีกทั้งยังบันดาลให้ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของแก้วได้รับการยอมรับนับถือจากบุคคล อื่น ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิหรือนักปราชญ์อีกด้วย

 

7. แก้วประภาชมชื่น

 

แก้วประภาชมชื่นหรือแก้วประภา ส้มชื่น เป็นแก้วโป่งข่ามสีส้มสดใส ซึ่งโดยทั่วไปจะไม่ค่อยพบเห็นกันบ่อยนัก สาเหตุที่เป็นสีส้มนั้นเกิดจากการเกาะจับของ IRON OXIDE ภายใน QUARTZ มีลักษณะเป็นคราบหรือเป็นแผ่นบาง ๆ จับอยู่โดยรอบเหลี่ยมด้านในผลึกควอตซ์ ส่วนคราบของ IRON OXIDE ที่เกาะจับอยู่ภายในควอตซ์ อาจจะมีสีและสูตรทางเคมีที่แตกต่างกันออกไป เช่น สีส้ม ( Fe2O3) ,สีเหลือง FeO(OH) ,สีดำ Fe3O4(Fe2O3/ FeO) ด้านความเชื่อ เป็นที่ยอมรับกันมาแต่โบราณว่า แก้วประภาชมชื่นนั้นมีอานุภาพโดดเด่นให้คุณในเรื่องลาภสักการะ ซึ่งผู้ที่ได้ครอบครองเป็นเจ้าของ มักจะมีเหตุให้ต้องได้รับทรัพย์สินเงินทอง หรือมีคนนำสิ่งของมีค่ามามอบให้อยู่เสมอ ๆ อย่างน่าอัศจรรย์ ดังคำกล่าวในตำราที่ว่า “…แก้วประภาชมชื่ม ข้าวของตื่นไหลมา…”

 

8. แก้ววชิระเป๊กพรหมสามหน้า

 

ตามตำราโบราณ ได้กำหนดให้แก้ววชิระเป๊กพรหมสามหน้า จัดรวมอยู่ในกลุ่มของแก้วประเภทแก้วเผือก พร้อมทั้งได้อธิบายเจาะจงคุณลักษณะของแก้วชนิดนี้ไว้ชัดเจนว่า " แก้วเผือกลูกใดมีลักษณะสามประการ คือ มีสีขาว สีเขียว และสีเหลือง รวมอยู่ในแก้วลูกเดียวกัน ชื่อวชิระเป๊กพรหมสามหน้า ควรค่าห้าพันทองคำ "

จากข้อกำหนดตามตำราสามารถสรุปได้ว่า ลักษณะที่ถูกต้องของแก้ววชิระเป๊กพรหมสามหน้านั้น จะต้องเป็นแก้วที่มี"น้ำสี" (ซึ่งไม่ใช่มลทินแร่หรือตะกอนแร่รูปทรงต่างๆ) ปนกันอยู่ภายในแก้วลูกเดียวกันถึง 3 สี จึงจะนับเป็นแก้ววชิระเป๊กพรหมสามหน้าอย่างแท้จริง และน้ำสีที่อยู่ภายในแก้วตามที่ตำราได้กำหนดไว้ จะต้องเป็นน้ำสีขาว น้ำสีเขียว และน้ำสีเหลืองเท่านั้น (คำว่าพรหมสามหน้า คือการเปรียบเปรยน้ำสีทั้ง 3 สีดังกล่าว อุปมาดั่งใบหน้าของพระพรหม ซึ่งต้องมีความเด่นชัด เพื่อเ้น้นย้ำในความชัดเจนเรื่องสีของแก้วมงคลชนิดนี้) จากคำอธิบายซึ่งระบุไว้ในตำราพบว่า แก้วมงคลดังกล่าวชนิดนี้ มีลักษณะที่ตรงกันกับอัญมณีประเภททัวร์มาลีน (TOURMALINE) ซึ่งมีค่าความแข็งอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันกับควอตซ์คือ 7-7.5 ในระบบของโมส์

 ในอดีตทัวร์มาลีนเป็นที่ รู้จักกันมานานแล้วในชมพูทวีป และได้รับการแพร่หลายในปี ค.ศ. 1703 โดยพ่อค้าชาวดัชท์ได้ทำการสั่งซื้อทัวร์มาลีนจากประเทศศรีลังกา ไปสู่ประเทศในแถบทะเลเมดิเตอเรเนียนทวีปยุโรป โดยตั้งชื่ออัญมณีชนิดนี้ว่าทัวร์มาลีน (TOURMALINE)” ซึ่งแผลงมาจากชื่อดั้งเดิมของมันที่เป็นภาษาสิงหลว่าทุรมาลีแปลว่า หินที่มีหลายสีปนกัน ในด้านความเชื่อเชื่อกันมาแต่โบราณว่า แก้ววชิระเป๊กพรหมสามหน้านั้น มีคุณวิเศษโดดเด่นในเรื่องของเกียรติยศชื่อเสียงโดยเฉพาะสามารถดลบันดาลให้ ผู้ซึ่งได้ครอบครองเป็นเจ้าของแก้ว มีอำนาจบารมีเป็นที่เคารพนับถือของคนทั้งปวง ดั่งที่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนในตำราว่า “....วชิระเป๊กพรหมสามหน้า ยศทั่วฟ้าเหลือหลาย....

 

9. แก้ววิฑูรย์ขนทราย

 

               แก้ววิฑูรย์ขนทรายเป็นแก้ว โป่งข่ามที่มีความใสโปร่งแสงไม่มีสี ตะกอนแร่ที่อยู่ภายในมีลักษณะเป็นเส้นขนใสคล้ายแก้วสีออกน้ำตาลอ่อน ขนาดของเส้นขนนั้นเล็กมาก เป็นเส้นตรงเรียวยาวปลายแหลมเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบอัดแน่นอยู่ภายใน แก้ว มองดูเป็นมิติลึกเข้าไป หากวางแก้ววิฑูรย์ขนทรายไว้นิ่ง ๆ จะมองเห็นแสงสะท้อนคาดยาวอยู่ตรงกลางแก้วลักษณะเดียวกันกับ CAT’S EYE แต่เมื่อขยับแก้วไปมา จะมองเห็นแสงแวววาววิ่งไล่ไปตามเส้นขนทุกเส้น ดูสวยงามอ่อนไหวเหมือนกับเส้นขนจริงของเนื้อทราย (ซึ่งเป็นกวางชนิดหนึ่ง) ในอดีตยุคที่โป่งข่ามได้รับความนิยมถึงขีดสุด (ประมาณปี พ.ศ.2513) แก้ววิฑูรย์ขนทรายถูกจัดอันดับให้เป็นแก้วโป่งข่ามที่มีผู้นิยมแสวงหากันมาก ในลำดับต้น ๆ เนื่องจากเป็นแก้วชนิดที่หายากมีจำนวนน้อย เชื่อกันมาแต่โบราณว่าผู้ที่ได้สวมใส่แก้ววิฑูรย์ขนทรายติดตัว ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ใดก็จะเป็นที่รักใคร่ของบุคคลทั้งหลายที่ได้รู้จักพบ เห็น เนื่องจากแก้ววิฑูรย์ขนทรายนั้นมีอานุภาพให้คุณในการช่วยเสริมสง่าราศรีให้ โดดเด่น ช่วยให้ผู้ที่ได้ครอบครองแก้วกลายเป็นคนที่เสน่ห์ ดึงดูดให้คนพอใจโดยเฉพาะกับเพศตรงข้าม

 

10. แก้วปทัมราค

ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หน้า 661 ได้กำหนดนิยามความหมายของคำว่าประทุมราคหรือ ปัทมราคหมายถึง พลอยสีแดง หรือ ทับทิม แต่ในตำราโบราณแก้ววิเศษ 24 ชนิดเมืองล้านนา ได้อธิบายถึงลักษณะโดยรวมของแก้วปทัมราคไว้ว่า เป็นแก้วรัตนชาติชนิดหนึ่งที่มีสีแดงเข้มออกดำ(เดิมเรียกว่าแก้วมหานิลปทัมราค”) ซึ่งในบรรดาแก้วรัตนชาติทั้ง 9 ชนิดนั้น มีอยู่เพียงสามชนิดที่เป็นสีแดงได้แก่ โกเมน (GARNET) , เพทาย (RED ZIRCON) ,ทับทิม (RUBY) แต่ที่เป็นสีแดงเข้มออกดำมี่อยู่เพียงสองชนิดเท่านั้นคือ โกเมน และ เพทาย ยกเว้นทับทิม เนื่องจากเป็นสีแดงอ่อนอมชมพู จึงสรุปได้ว่าแก้วปทัมราคในความหมายที่ถูกต้องตรงตามตำรานั้น เจาะจงให้เป็นโกเมนหรือเพทายอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ โดยมุ่งเน้นที่ความเป็นสีแดงเข้มออกดำเท่านั้น ในด้านความเชื่อ เชื่อถือกันมาแต่โบราณว่า แก้วปทัมราคมีความโดดเด่นในด้านโชคลาภทรัพย์สินเงินทอง หรือเป็นแก้วอัญมณีนำโชคด้านทรัพย์สินเงินทองอย่างแท้จริง อีกทั้งยังช่วยให้แคล้วคลาดจากภัยอันตราย และนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตอีกด้วย

 

11.) แก้วจันทะแพงค่าหมื่น

 

แก้วจันทะแพงค่าหมื่น หรือ แก้วจันทรกานต์ คือแก้วมุกดาหาร (MOONSTONE) ซึ่งเป็นหนึ่งในเก้าของอัญมณีแก้วนพรัตน์ที่มีค่าความแข็งน้อยที่สุดในกลุ่ม คือ 6-6.5 ในระบบโมส์ มีองค์ประกอบสำคัญทางเคมีได้แก่ โพแทสเซียมอะลูมิเนียมซิลิเกต ( KAlSi3O8) แบบเดียวกันกับแก้วสุริยประภา เพียงแต่มีความแตกต่างกันที่สี โดยแก้วจันทะแพงค่าหมื่นจะมีสีเหลืองขุ่นมัวคล้ายสีน้ำนม แต่มีความวาวคล้ายแสงจันทร์ในหยาดน้ำค้าง เชื่อกันว่าแก้วจันทะแพงค่าหมื่นนั้นเป็นแก้วที่ให้คุณในเรื่องของความรัก โดยตรง ทำให้ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของแก้วเป็นผู้โชคดีมีความสุขสมหวังด้านชีวิตคู่ อีกทั้งยังสามารถป้องกันสัตว์ร้ายและอสรพิษต่าง ๆ ได้ แต่ถ้าไม่สะดวกที่จะหามุกดาหารสีเหลืองขุ่น ให้ใช้แก้วหมอกมุงเมืองชนิดที่มีเส้นสายหมอกสีเหลืองเข้มขนาดเล็กอัด แน่นอยู่ภายในแก้วทดแทนได้เช่นกัน

 

12. แก้วสุริยะชื่น

 

แก้วสุริยะชื่น เป็นอัญมณีสีแดงจัด กึ่งโปร่งแสงหรือแสงผ่านได้น้อย แต่ไม่ขุ่นมัวเหมือนแก้วสุริยประภา (RED MOONSTONE) พื้นผิวมีความมัน แก้วสุริยะชื่นจัดอยู่ในกลุ่มของควอตซ์ ประเภทคาร์นีเลียน (CARNELIAN QUARTZ) หรือที่หลายท่านเรียกว่าหยกแดงไต้หวันมีองค์ประกอบที่สำคัญทางเคมีคือ SILICON DIOXIDE ( SiO2 ) มีระดับความแข็งที่ 6.5 - 7 อาจกล่าวได้ว่าแก้วสุริยะชื่น เป็นแก้วอัญมณีชนิดแรกเพียงชนิดเดียวในบรรดาแก้วอัญมณีวิเศษทั้ง 24 ชนิดเมืองล้านนา ที่มีประวัติศาสตร์ด้านความเชื่อและค่านิยมเก่าแก่และยาวนานที่สุด เชื่อกันว่าแก้วสุริยะชื่นนั้น เป็นแก้วที่ได้รับพลังจากสุริยะเทพโดยตรง สามารถช่วยคุ้มครองป้องกันภัยให้เจ้าของแก้วได้ อีกทั้งดลบันดาลให้เจ้าของแก้วมีจิตใจที่เข้มแข็งกล้าหาญ และยังเป็นสื่อชักนำแต่สิ่งที่ดีเข้ามาในชีวิต

 

แก้วโป่งข่าม-แก้วขนเหล็ก แหล่งรวมความรู้-ความเชื่อและจำหน่าย เครื่องประดับ หินมงคลต่างๆ